พระรอดวัดมหาวัน จังหวัดลำพูน

สำหรับ “พระรอดวัดมหาวัน” แห่งจังหวัดลำพูนนับเป็น “พระเครื่อง” เนื้อดินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดโดยมีอายุกว่า ๑,๒๐๐ ปี แล้วประกอบกับ “พุทธลักษณะ” มีความงดงามทั้งที่เป็นพระเครื่องที่มี ขนาดเล็กที่สุด ในชุด “พระเบญจภาคี” (เท่าปลายนิ้วก้อย) แต่การสร้างสรรค์กลับมี “ความงดงาม” รวมทั้งแฝงเอา “ความอลังการ” ทางด้านพุทธศิลป์ไว้ครบถ้วนปรมาจารย์วงการพระเครื่อง “ตรียัม ปวาย” จึงบรรจุเป็นหนึ่งในห้าพระเครื่องชุด “เบญจภาคี” ที่ผู้คนในวงการพระเครื่องยอมรับมาถึงปัจจุบัน

ส่วนตำนานการสร้าง “พระรอดวัดมหาวัน” เล่าขานว่าเป็น “ฤาษี” กลุ่มหนึ่งสร้างขึ้นด้วย “เนื้อดิน” ในวาระสถาปนาเมือง “หริภุญไชย” เพื่อถวาย “พระนางจามเทวี” ที่เสด็จจากเมือง “ชากังราว” (กำแพงเพชร) ไปครองเมือง “หริภุญไชย” ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “ลำพูน” โดยสร้างขึ้นทั้งหมด “๕ พิมพ์” ดังนี้ “พิมพ์ใหญ่, พิมพ์กลาง, พิมพ์เล็ก, พิมพ์ต้อ, พิมพ์ตื้น” ซึ่งพุทธลักษณะของแต่ละพิมพ์จะมีความ “คล้ายกัน” แต่ที่แบ่งแยกเป็นพิมพ์ต่าง ๆ ก็เพราะมี ขนาดใหญ่เล็ก ที่ต่างกันเล็กน้อยดังนั้นการชี้จุดสังเกตจึงนำ “พิมพ์ใหญ่” ซึ่งเป็นพิมพ์นิยมมากสุดมาชี้จุดสังเกตเป็นประเดิมโดยนำองค์ที่สมบูรณ์คือ “หู ตา จมูก ปาก” ติดคมชัดและได้รับการยกย่องว่าเป็น “องค์แชมป์” ให้ศึกษากันดังนี้

๑. พุทธลักษณะ “พระรอดวัดมหาวัน” เป็นประติมากรรมขนาดเล็กที่แสดงถึง “พระบรมศาสดา” ทรงประทับนั่ง “ปางมารวิชัย” ภายใต้ต้น “พระศรีมหาโพธิ์” ด้วยเหตุนี้จุดสังเกตของ “พิมพ์ใหญ่” จุดแรกก็คือจะมี “ใบโพธิ์” ที่อยู่เหนือ “พระเกศ” (ผม) จะเป็นติ่งแหลมยื่นออกมาจากใบโพธิ์

๒. “พระเนตร” (ตา) ทั้งสองข้างจะมีลักษณะปูดโปนส่วน “พระนาสิก” (จมูก) จะมีลักษณะป้านและ “พระกรรณ” (หู) ทั้งสองข้างคล้าย “พระจันทร์เสี้ยว” ที่แนบชิดกับ “พระพักตร์” (หน้า) โดยปลายหูด้านซ้ายมีลักษณะคล้าย “ขอเบ็ด” ชัดเจน

๓. บริเวณ“พระอุระ” (อก) จะปรากฏ “เส้นสังฆาฏิ” ที่พาดจากใต้ “พระศอ” (คอ) ด้านซ้ายองค์พระเป็นรูปโค้งพองามไปถึง “พระกัจฉะ” และมี “เส้นพิมพ์แตก” ตรงบริเวณข้าง พระกรรณ (หู) เป็นแนวยาวไปถึงข้าง พระ อังสา (บ่า) แล้วไปสิ้นสุดที่ขอบองค์พระ

๔. “พระนาภี” (สะดือ) เป็นร่องกลมใหญ่ชัดเจนและบริเวณ ด้านล่าง “พระกัปปะระ” (ศอก) ด้านซ้ายมี “เส้นพิมพ์แตก” เป็นแนวดิ่งพาดผ่าน พระชานุ (เข่า) ด้านซ้ายไปถึงฐานพระที่บรรดาเซียนเรียกว่า“เส้นน้ำตก”

๕. ระหว่างใต้ “พระเพลา” และ “ฐานชั้นที่สาม” (บางท่านเรียกอาสนะ) รวมทั้ง “ฐานชั้นที่สอง” กับ “ฐานชั้นที่สาม” จะมี “เส้นพิมพ์แตกเล็กยาว” ปรากฏให้เห็นทุกองค์

๖. บริเวณกึ่งกลาง “พระอังคุฐ” (นิ้วหัวแม่มือ) ด้านขวามีลักษณะคล้าย รอยบาก เป็นร่องให้เห็นชัดเจนส่วน “พระองคุลี” (นิ้วมือ) ทั้งสี่นิ้ว “นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง นิ้วก้อย” ส่วนมากจะอวบหนาเป็นปื้นที่ปรากฏรอยนิ้วมือเล็กน้อย และเนื้อพระส่วนใหญ่จะหดตัวมีลักษณะเป็นคลื่น ที่แสดงให้ทราบว่าเป็นเพราะความเก่าแก่ของพระที่มีอายุนับพันปีนั่นเอง.

‘พุทธธัสสะ’
ที่มา- เดลินิวส์ วันเสาร์ ที่ 19 มิถุนายน 2553

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: