พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ปรกโพธิ์

‘พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ปรกโพธิ์’

สำหรับ “พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ปรกโพธิ์” ถือเป็นพิมพ์สุดท้ายของพระสมเด็จจากสำนัก “วัดบางขุนพรหม” ที่นำ “พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปรกโพธิ์” มาเป็นแม่แบบในการสร้างด้วยเหตุนี้ “พุทธลักษณะ” ขององค์พระส่วนใหญ่จึงคล้าย “พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ปรกโพธิ์” ที่นำ “พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์เกศบัวตูม” มาเป็นแม่แบบพร้อมกับทำการเติม “ใบโพธิ์” ไว้บน “พระเศียร” (ศีรษะ) เพื่อให้ผิด แผกแตกต่างไปจาก “พิมพ์เกศบัวตูม” ที่ผู้เขียนเองก็อยาก จะเรียนว่าสำหรับ “พิมพ์ปรกโพธิ์” ของพระสมเด็จทั้งสองสำนักนี้มีการสร้างขึ้นน้อยมาก ส่วนจะเป็นด้วยเหตุ ผลใดตามประวัติ การสร้าง ก็ไม่มีการบันทึกไว้นักสะสมทั่วไปจึงไม่ทราบสาเหตุ

จะทราบก็แต่เพียงว่า “พบเห็นน้อยมาก” โดยเฉพาะ “พระสมเด็จพิมพ์ปรกโพธิ์” ของสำนัก “วัดระฆัง” ยิ่งไม่ค่อยมีให้พบเห็นเป็นผลให้ “นักสะสมรุ่นใหม่” ถึงกับตัดออกไปจากสารบบการเป็น “พระสมเด็จวัดระฆัง” ไปเลยเนื่องจากหา “ของแท้” มาเป็นแนวทางต่อการศึกษาไม่ได้ปัจจุบันจึงได้กลายเป็น “พระในตำนาน” ไปโดยปริยายเนื่องจากที่ไม่มีของให้ทำการศึกษานั่นเอง

ส่วน “พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ปรก โพธิ์” ยังพอมีให้พบเห็นบ้างแต่ก็น้อยอยู่ดีด้วยเหตุนี้ “ค่านิยม” จึงหล่นไปอยู่อันดับท้ายเฉกเช่นของสำนัก “วัดระฆัง” จึงเหมาะกับผู้ที่มีทุนน้อยที่จะหาสะสมหรือบูชาเป็นสิริมงคล แต่ก็ต้องระวังให้มากเพราะ “ของเก๊” มีมาก กว่าของจริงและทำได้ใกล้เคียงของแท้อีกด้วย

สำหรับจุดสังเกตการดู “พระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์ปรกโพธิ์” นั้นพุทธลักษณะโดยทั่วไปก็จะเป็นไปตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าจะคล้ายกับ “พิมพ์เกศบัวตูม” ที่สามารถแยกเป็นข้อได้ดังนี้

๑.ขอบข้างทั้งสี่ด้านขององค์พระ เฉพาะองค์ที่ติดคมชัดก็จะเป็นเส้นนูนอันเกิดจากการตัดขอบ แล้วเกิดมีเนื้อล้นออกมาเฉกเช่นพิมพ์อื่น ๆ เส้นซุ้มครอบแก้ว จะหนาใหญ่คล้ายกับเส้นหวายผ่าซีก

๒.“พระเกศ” (ผม) มีลักษณะคล้ายกับบัวตูมและมี “ใบโพธิ์” อยู่เหนือพระเกศหลายใบ จึงเป็นที่มาของชื่อพิมพ์ “ปรกโพธิ์” ส่วน “พระพักตร์” (หน้า) เป็นรูปไข่หรือผลมะตูม “พระกรรณ” (หู) ทั้งสองข้างได้รูปสวยและงอนปลายเล็กน้อย

๓.“พระอังสา” (ไหล่) กว้างผึ่งผาย “ลำพระกร” (ลำแขน) ได้ส่วนไม่ใหญ่และไม่เล็กจนเกินไป “พระอุระ” (อก) เป็นร่องที่เกิดจาก “เส้นสังฆาฏิ” วิ่งขนานกับองค์พระจนถึง “บั้นพระองค์” (เอว) ๔. “พระเพลา” (ตัก) ด้านขวามือองค์พระจะเห็นเป็นรูป “พระบาท” (เท้า) แยกออกมาจรดฐานชั้นที่หนึ่งโดยมี เส้นแซม เรียวเล็กปรากฏระหว่างพระเพลากับฐานชั้นที่หนึ่งชัดเจน

๕.ฐานชั้นที่หนึ่งอวบอ้วนแบบฐานหมอน และมีเส้นแซมปรากฏระหว่าง ฐานชั้นที่หนึ่ง กับ ฐานชั้นที่สอง ที่เป็นฐานสิงห์ ฐานชั้นที่สามเป็นแท่งหนาใหญ่.

‘พุทธธัสสะ’
ที่มา : เดลินิวส์ วันเสาร์ ที่ 05 มิถุนายน 2553

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: