พระปิดตาหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์

 

ผ่านไปแล้วสามพิมพ์สำหรับการชี้จุดสังเกต “พระสมเด็จวัดเกศไชโย” อีกหนึ่งยอดพระตระกูล “พระสมเด็จ” ที่รังสรรค์ขึ้นด้วย เนื้องผงขาว  โดย “สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี” ผู้ได้ชื่อเป็น “สุดยอดเกจิอาจารย์” แห่ง “กรุงรัตนโกสินทร์” ที่ประกอบด้วย “พิมพ์เจ็ดชั้น-พิมพ์หกชั้นอกตัน-พิมพ์หกชั้นอกตลอด” ซึ่งถือเป็นพิมพ์ที่ได้รับ ความนิยมมากสุด ในขบวนพระสมเด็จตระกูล “วัดเกศไชโย” ที่มีมากมายหลายพิมพ์

ส่วนพิมพ์อื่น ๆ นั้นเนื่องจากในอดีตนักสะสมพระเครื่อง รุ่นเก่า นอกจากไม่ให้การขานรับว่าเป็นพระสมเด็จที่สร้างโดย “สมเด็จโต” แล้วยังให้ความสำคัญเป็นเพียงแค่ “พระนอกพิมพ์” ที่คนรุ่นต่อ ๆ มาเรียกว่า “พิมพ์ตลก” ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงขอผ่านไม่นำมาชี้จุดสังเกตแม้ว่าปัจจุบันวงการนักสะสม ส่วนใหญ่ จะ ยอมรับ กันแล้วก็ตามแต่ “ค่านิยม” ยังต่ำกว่าทั้งสามพิมพ์ดังกล่าวข้างต้นดังนั้นผู้เขียนจึงขอนำ คติความเชื่อ ของคนรุ่นเก่ามาเป็นบรรทัดฐานในการ “ชี้จุดสังเกต” ตรงที่ว่าพระเครื่องตระกูลใดหรือพิมพ์ไหนหากคนรุ่นเก่า ไม่ขานรับ ที่นี่ก็จะขอ ผ่านเลยไป เพื่อท่านผู้อ่านจะได้ไม่สับสนนั่นเอง

และเมื่อขอผ่านเลยไปแล้วจึงขอนำ “สุดยอดพระปิดตา” ที่นักสะสมทุกรุ่นและทุกระดับรู้จักกันดีคือ “พระปิดตาหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์” มาทำการชี้จุดสังเกตเป็นลำดับต่อไปเนื่องจากเป็นพระปิดตา “ยอดนิยมอันดับหนึ่ง” ที่ปัจจุบันค่านิยมสูงมากชนิดราคาการซื้อขายเทียบชั้น “พระสมเด็จวัดระฆัง” กันแล้วเพราะเมื่อปลายปีที่ผ่านมานี้เอง นายตำรวจ ผู้หนึ่งได้ทำการบูชา “พระปิดตาหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์พิมพ์ใหญ่หลังแบบ” ซึ่งเป็นองค์ที่สภาพสวยระดับ “แชมป์” จากเซียนใหญ่ด้วยวงเงินที่สูงถึง “๑๘ ล้านบาท” กันเลยทีเดียวจึงเป็นเครื่องชี้ชัดได้ว่าองค์ใดที่สวยสมบูรณ์และมีสภาพระดับ “แชมป์” ค่านิยมจะสูงมากและสูงชนิดหายใจรดต้นคอ “พระสมเด็จวัดระฆัง” กันเลยซึ่งก่อนจะทำการชี้จุดสังเกตผู้เขียนขอนำท่านผู้อ่าน มาทำความรู้จักกับผู้สร้างแต่เพียงย่อ ๆ ก่อนเพราะท่านก็คือ “หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี” เพื่อทุกท่านจะได้ทราบชัดว่าเหตุใด “พระปิดตา” ที่ท่านสร้างจึงได้รับค่านิยมสูงมากนั่นเอง

ตามบันทึกของ “ประชุม กาญจนวัฒน์” นักสะสมรุ่นเก่าที่จัดเป็น “ต้นแบบ” ของการจัดทำ “หนังสือภาพพระเครื่อง” ในเมืองไทยได้บันทึกไว้ว่า “…หลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์ เกิดเมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๕ และมรณภาพเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๐ ขณะอายุ ๘๕ ปี บวชเป็นสามเณรเพื่อร่ำเรียน

หนังสือที่ “วัดปากทะเล” ซึ่งเป็นหมู่บ้านหนึ่งใน อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี เนื่องจากพื้นเพเดิมของท่านเป็นคนที่นั่น ต่อมาหลังจากเป็นพระภิกษุแล้วจึงได้ธุดงค์ไปจำพรรษาที่วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี และระหว่างจำวัดที่นั่นท่านได้ทำการสร้างวัดและเสนาสนะต่าง ๆ ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นป่าการสัญจรไปมาก็ค่อนข้างลำบาก จึงต้องอาศัยศรัทธาชาวบ้านมาช่วยสร้างวัดด้วยการเริ่มสร้าง พระปิดตาด้วยเนื้อผงคลุกรักเพื่อสมนาคุณชาวบ้าน ที่มาช่วยสร้างวัดเพราะสมัยนั้นการสร้างวัดจะต้องทำการตัดไม้ซุง แล้วลำเลียงมาที่วัดเพื่อแปรรูปเป็นต้นเสาและไม้กระดาน สำหรับสร้างกุฏิหรือเสนาสนะต่าง ๆ จึงต้องใช้แรงงานคนมาก ซึ่งสมัยนั้นชาวบ้านผู้ใด

ไปทำการลำเลียงซุงมาที่วัด ก็จะได้พระปิดตาจากหลวงพ่อแก้วเป็นของแลกเปลี่ยน ด้วยเหตุนี้พระปิดตาบางรุ่นชาวบ้านเรียกว่า รุ่นแลกซุง ซึ่งต่อมาผู้ที่ได้พระปิดตาไปบูชาก็จะนำพกพาติดตัว ปรากฏว่าได้สร้างเหตุอัศจรรย์ต่อผู้พกพาพระอยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องเมตตามหานิยมและโชคลาภปรากฏให้ประจักษ์ มากกว่าเรื่องอื่น ๆ ด้วยเหตุนี้พระปิดตาของท่านจึงได้ชื่อเป็น ยอดพระแห่งการบันดาลโชคลาภและเมตตามหานิยม ตั้งแต่นั้นมาพระปิดตาของท่านจึงได้รับความนิยมเรื่อยมา ยิ่งในยุคปัจจุบันนอกจากมีการซื้อขายกันสูงมากแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์ไหนหากสภาพดีสวยและสมบูรณ์ ต้องใช้เงินหลักล้านไปแลกเปลี่ยนจึงมีสิทธิได้ครอบครอง เนื่องจากผู้ที่มีก็มักจะหวงจึงทำให้พระปิดตาของท่าน ในองค์ที่เป็นของแท้และสวยสมบูรณ์หายากขึ้นทุกวัน”.

‘พุทธธัสสะ’

ที่มา  เดลินิวส์

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: